การชุบฮาร์ดอโนไดซ์ กับบทบาทสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์

การชุบฮาร์ดอโนไดซ์ กับบทบาทสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์

อย่างที่รู้กันดีว่า คุณสมบัติของอลูมิเนียมนั้น มีความอ่อนตัว เปลี่ยนรูปหรือบิดเบี้ยวได้ และทำปฏิกริยาต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ดังนั้น ในกระบวนการผลิตต่างๆจึงนิยมนำ อลูมิเนียมไปผ่านการออกซิเดชั่น คือการเคลือบผิวอลูมิเนียมด้วยกระบวนการทางไฟฟ้าเคมี หรือที่เรียกว่าการทำอโนไดซ์ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการผุกร่อน และรอยขีดข่วนได้ดี ซึ่งการทำอโนไดซ์นั้นมีหลายแบบ แต่ที่นิยมนำมาใช้ในงานอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการตกแต่งภายในนั้น จะนิยมนำวัสดุ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ไปชุบฮาร์ดอโนไดซ์ ซึ่งให้ประสิทธิภาพดีที่สุดกว่าแบบอื่นๆ สำหรับความแข็งแรง ทนทาน ต้านทานการผุกร่อนดีเยี่ยม หมดห่วงเรื่องสนิม แถมยังให้สีสันที่สวยงามสไตล์เรียบง่าย รวมถึงความเงางามของผิวที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี และไม่นำกระแสไฟฟ้าเหมือนกับอลูมิเนียมที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการอโนไดซ์ ซึ่งในวันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับ บทบาทสำคัญและข้อดีของอลูมิเนียม ที่ผ่านกระบวนการฮาร์ดอโนไดซ์ สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์มาฝาก ซึ่งมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

งานชุบฮาร์ดอโนไดซ์ กับวงการอสังหาริมทรัพย์

  1. โครงสร้าง สำหรับบ้านเรือนหรืออาคารที่ต้องการโครงสร้างที่มีความแข็งแรงทนทาน ต้านทานต่อการผุกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะนิยมนำโครงสร้างที่เป็นอลูมิเนียมไปผ่านกระบวนการชุบฮาร์ดอโนไดซ์ เพราะจะให้ความแข็งแรงทนทานกว่าสเตนเลสถึง 3 เท่าทีเดียว ซึ่งดีกว่าโครงสร้างที่ใช้เหล็กกล้า ซึ่งเป็นสนิมและผุกร่อนได้เมื่อใช้งานในระยะยาว
     
  2. หลังคา เราจะเห็นว่าอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่นิยมนำอลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการฮาร์ดอโนไดซ์ ที่มีพื้นผิวแข็งแรงมาก ทนต่อการผุกร่อนจากสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี มาใช้ในงานมุงหลังคาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งข้อดีของอลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการฮาร์ดอโนไดซ์นั้น จะไม่เป็นฉนวนหรือตัวนำความร้อน
     
  3. วงกบ ประตู หน้าต่าง นอกจากความแข็งแรงทนทานแล้ว การติดตั้งประกอบที่ง่าย เพราะมีน้ำหนักเบา รวมถึงผิวที่เป็นเงา ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในงาน วงกบ ประตู หน้าต่างในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบบบานเลื่อน บานเดี่ยว บานคู่ หรือบานเฟี้ยมก็ตาม ด้วยสีสันที่สวยงามตามธรรมชาติ ที่ได้จากการผ่านกระบวนการชุบฮาร์ดอโนไดซ์ ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีเงิน สีชา ไปจนถึงสีเข้มอย่างสีดำ ล้วนสร้างความสวยงามเรียบง่าย เหมาะสำหรับการตกแต่งภายใน ให้กับบ้านและอาคารต่างๆได้อย่างลงตัวทีเดียว

เห็นไหมว่างานชุบฮาร์ดอโนไดซ์ มีบทบาทสำคัญแค่ไหนต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งงานโครงสร้าง และงานตกแต่งภายใน ซึ่งหากใครต้องการสร้างบ้าน อาคาร ด้วยสไตล์ที่เรียบง่าย แต่สวยงาม พร้อมความแข็งแกร่ง คงทนต่อการใช้งานในระยะยาว การใช้อลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการฮาร์ดอโนไดซ์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีและมีคุณภาพสำหรับผู้รักบ้านทุกคน


 

กระบวนการชุบอโนไดซ์กับงานตกแต่งภายในอาคารที่อยู่อาศัย

 

สร้างชิ้นส่วนวัสดุอุปกรณ์ให้มีคุณภาพ ด้วยการชุบอลูมิเนียม

อย่างที่รู้กันดีว่า อลูมิเนียมนั้น เมื่อเรานำมาผ่านกระบวนการชุบอลูมิเนียม มันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทนทาน ป้องกันรอยขีดข่วน และต้านทานการผุกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอีกคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ มันมีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการขนย้าย และการขึ้นรูปต่าง ๆ จึงได้รับความนิยมอย่างมากในด้านอุตสาหกรรมน้อยใหญ่ ซึ่งเราจะเห็นว่าในปัจจุบัน งานปั๊มอลูมิเนียมนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปั๊มชิ้นส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ล้วนสร้างความมาตรฐานให้กับชิ้นงานและวัสดุอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดที่เที่ยงตรงไม่ยืดไม่หด ความแข็งแกร่งทนทาน น้ำหนักที่เบา และผลิตได้ในปริมาณมากตามต้องการ ที่สำคัญ มันเป็นกรรมวิธีที่ง่ายกว่าการขึ้นรูปแบบอื่น ๆ แม้ชิ้นงานนั้นจะมีแบบที่ซับซ้อนหรือยากก็ตาม เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลหลักว่า ทำไมต้องใช้โลหะอลูมิเนียม ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักงานปั๊มอลูมิเนียมให้มากขึ้น ว่ามันเป็นแบบไหน และมีข้อดีกว่างานปั๊มโลหะอื่น ๆ อย่างไร ไปดูกัน

 

มารู้จักงานปั๊มอลูมิเนียมกัน

งานปั๊มหรือขึ้นรูปอลูมิเนียมนั้น มันเป็นการออกแบบรูปร่างของชิ้นงาน วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆโดยใช้แม่พิมพ์เป็นตัวกำหนดขนาดของชิ้นงาน ซึ่งโดยปกติจะนิยมใช้อลูมิเนียมแบบแผ่นที่มีความหนาไม่เกิน 6 มิลลิเมตร และผ่านการชุบอลูมิเนียมแล้ว เพราะปั๊มขึ้นรูปง่าย และมีความทนทานต่อแรงกดสูง รับน้ำหนักเครื่องพิมพ์ได้ดี เราไปดูขั้นตอนการทำงานกัน

 

ขั้นตอนในการปั๊มอลูมิเนียม มีอยู่ 3 แบบ คือ

  1. การตัดเฉือน ตัด เจาะรู เป็นการตัด เจาะรู แผ่นอลูมิเนียมด้วยแม่พิมพ์ ให้ได้รูปร่างตามที่เราออกแบบไว้
  2. การดัดขึ้นรูป เป็นการใช้แม่พิมพ์ดัดแผ่นอลูมิเนียมให้ทำมุมกัน ตามที่เราต้องการ ซึ่งอาจมากกว่า 1 มุมก็ได้
  3. การลากขึ้นรูป เป็นการลากขึ้นรูปแผ่นอลูมิเนียมด้วยแม่พิมพ์ แต่ไม่ได้ยืดขนาดออกไป

 

ข้อดีของงานปั๊มขึ้นรูปอลูมิเนียม

ซึ่งข้อดีของงานปั๊มอลูมิเนียมนั้น จะทำให้เราได้ชิ้นงานที่สวยในปริมาณที่มาก และชิ้นงานมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับโลหะอื่น ๆ เราจะได้ขนาดและรูปร่างของชิ้นงานตามต้องการทุกชิ้น โดยไม่ต้องมาตกแต่งชิ้นงานทีหลัง ช่วยประหยัดเวลาได้อีก ที่สำคัญมันมีความแข็งแกร่งทนทานมาก และไม่เป็นสนิม เพราะได้ผ่านกระบวนการชุบอลูมิเนียม มาแล้ว

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลดี ๆ ที่จะทำให้คุณได้รู้จักกับงานปั๊มขึ้นรูปอลูมิเนียมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะเห็นว่าโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ จะต้องเพิ่มคุณภาพความแข็งแกร่งคงทน ป้องกันสนิม ให้กับชิ้นงานวัสดุอุปกรณ์ ด้วยการนำไปชุบอลูมิเนียม โดยกระบวนการอโนไดซ์ก่อนทั้งนั้น ทั้งนี้ชิ้นงานที่ได้จากกระบวนการดังกล่าว จะสามารถการันตีได้ถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนาน ทนทาน และปลอดภัย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมในยุคปัจจุบัน ชิ้นส่วนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้กันทุกวันนี้ จึงเป็นงานชุบอลูมิเนียม


ของแต่งบ้านสวย ๆ บนความทนทานของชิ้นงานชุบอโนไดซ์

 

ของแต่งบ้านสวย ๆ บนความทนทานของชิ้นงานชุบอโนไดซ์

สำหรับใครที่มีบ้านหรือที่อยู่อาศัยทั้งแบบที่เช่าอยู่หรือซื้อเป็นบ้านของตัวเอง สี่งหนึ่งที่ทุกคนนั้นจะต้องทำเหมือนกันเลยก็คือเรื่องของการตกแต่งภายในด้วยอุปกรณ์ของแต่งบ้านตามสไตล์ที่เราชื่นชอบ เพื่อให้บ้านเป็นมากกว่าสถานที่ซึ่งเอาไว้เพียงแค่นอนหลับพักผ่อน ยิ่งในกรณีที่มีคนหลายคนอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียว การตกแต่งบ้านก็จะยิ่งมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้รายละเอียดที่นักออกแบบจะต้องให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยมีมากขึ้นตามไปด้วย มาตรฐานการในการเลือกของแต่งบ้านให้มีความเป็น Normally มากที่สุดนับได้ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นักออกแบบมืออาชีพหลายคนเลือกใช้
 

ซึ่งเมื่อเราได้ทำการกำหนด Theme หลักในการเลือกของแต่งบ้านที่เป็นสไตล์ยอดนิยมมากที่สุดได้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องมาพิจารณาเลือกกันต่อไปก็คือการเลือกของแต่งบ้านที่เป็นชิ้นงานซึ่งมีความสวยงามและมีความทนทานเป็นเลิศ ซึ่งงานชุบอโนไดซ์ที่เป็นของตกแต่งภายในคือตัวเลือกที่มืออาชีพต่างเลือกใช้ เป็นเพราะว่าข้อโดดเด่นของชิ้นงานคือเรื่องความทนทานซึ่งเป็นข้อดีที่มากกว่าของงานชุบอโนไดซ์เมื่อได้ลองเปรียบเทียบกับของแต่งบ้านที่ผลิตมาจากวัสดุประเภทอื่น เพราะโดยปกติแล้วเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยทั่วไปมักจะไม่ได้ทำการปรับรูปแบบการแต่งบ้านบ่อย การเลือกของมาตกแต่งจึงต้องเน้นที่ความทนทานและอายุการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งชิ้นงานที่ผ่านการ Coating ด้วยกระบวนการอโนไดซ์ คือสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี
 

นอกจากความทนทานที่มากกว่าแล้ว ชิ้นงานของแต่งบ้านที่ผลิตมาจากวัสดุงานชุบอโนไดซ์ก็ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของความสวยงามอีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่างาน Coating จากกระบวนการนี้จะทำให้ได้ของแต่งบ้านที่มีพื้นผิววัสดุที่มันวาวสวยงาม พร้อมกับสีสันที่สามารถเลือกได้หลากหลายตามโทนสีที่เจ้าของบ้านต้องการ หลายครั้งที่ชิ้นงานที่ผลิตจากวัสดุอื่นจะมีข้อจำกัดในการเลือกสีสันเพราะกระบวนการ Coating ที่ไม่สามารถใส่สีและลวดลายต่าง ๆ ได้ตามความต้องการทั้งหมด ต่างกับงาน Coating อโนไดซ์ที่ให้ทางเลือกที่มากกว่า พร้อมกันนั้นยังสามารถสร้างชิ้นงานที่มีพื้นผิวสวยงาม หรูหรา ดูมีราคา และเมื่อชิ้นงานนั้นถูกนำมาใช้ในการแตกแต่งก็จะยิ่งทำให้บ้านมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุผลข้อดีที่ทั้งในเรื่องของความแข็งแรงทนทานและความสวยงามของงานอโนไดซ์ ทำให้งานประเภทนี้กลายมาเป็นของตกแต่งภายในที่นักออกแบบมืออาชีพทุกคนต่างเลือกใช้ หรือถ้าหากว่าคุณนั้นมีโอกาสที่จะไปเลือกของแต่งบ้านด้วยตัวเองก็อย่าลืมมองหางานอโนไดซ์ดูด้วยเลย


 

ยกระดับมาตรฐาน Business ผ่านการอัพเกรด product ให้ได้มาตรฐานสากล
 

ยกระดับมาตรฐาน Business ผ่านการอัพเกรด product ให้ได้มาตรฐานสากล

การประกอบธุรกิจจากขั้นตอนตั้งแต่การเริ่มต้นวางแผน ดำเนินการ จัดการเรื่องการตลาด และขั้นตอนอื่น ๆ ทั้งหมดนั้นเป็นกระบวนการสำคัญที่มีผลต่อการประสบความสำเร็จของการทำธุรกิจซึ่งในฐานะผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องใส่ใจรายละเอียด วางแผนกลยุทธ์ให้มีความรัดกุม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถบรรลุผลตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ และสำหรับในธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมงานปั๊มอลูมิเนียมหรืองานโลหะจะต้องพิจารณาเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องก็คือการยกระดับมาตรฐานการผลิตชิ้นงานด้วยการอัพเกรด Product ตามมาตรฐานสากลผ่านกระบวนการชุบอโนไดซ์
 

เพราะไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน เรื่องของการปรับตัวและยกระดับมาตรฐานของกิจการนับว่าเป็นเรื่องสำคัญเสมอ ในส่วนของธุรกิจผลิตปั๊มอลูมิเนียมมาตรฐานการผลิตส่วนแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือความแข็งแรงของชิ้นงาน ที่ส่งผลต่อความทนทาน การนำไปใช้ และการตัดสินใจเลือกซื้อของลูกค้าในระยะยาว เมื่อสินค้าที่ผลิตกลายมาเป็น Product ที่ได้รับการยอมรับและสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดได้แล้ว สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการจะต้องทำก็คือการรักษามาตรฐานการผลิต Product เอาไว้ พร้อมกับการทำการตลาดเพื่อสร้างผลประกอบการหรือยอดขายที่มากกว่าเดิมเพื่อสร้างกำไรให้บริษัท
 

และเพื่อความสำเร็จที่มากกว่าและมีความต่อเนื่อง นอกเหนือจากการผลิตงานปั๊มอลูมิเนียมที่ได้มาตรฐานแล้ว ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องมองหาช่องการในการพัฒนาอัพเกรด Product ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นด้วยการแตกไลน์ผลิตสินค้าตัวใหม่ หรืออัพเกรดงานโลหะด้วยกระบวนการชุบอโนไดซ์ที่ทำให้ได้ชิ้นงานที่มีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งหากถามว่าควรเริ่มทำอย่างไรก่อนดี ข้อแนะนำที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามก็คือกระบวนการ Coating อโนไดซ์จะทำให้ได้ชิ้นงานที่มีความพิเศษมากกว่าเดิม
 

ด้วยคุณสมบัติของงานชุบอโนไดซ์ที่จะทำให้ Product มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถต้านทานการกัดกร่อนได้ดีกว่าเดิม นับว่าเป็นกระบวนการที่ทำให้ชิ้นงานโลหะมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ซึ่งอายุการใช้งานนี้เองที่เป็นจุดขายของหลาย ๆ Product ของสินค้าจากทางฝั่งของอเมริกาและยุโรป หากเราสามารถทำได้ก็เท่ากับว่าสามารถที่จะสร้างชิ้นงานที่มีมาตรฐานเป็นที่ต้องการในระดับโลกได้ นั่นจะทำให้โอกาสทางการค้าของธุรกิจในตลาดที่เปิดกว้างมีมากขึ้น รวมไปถึงการ Coating ชิ้นงานโลหะด้วยกระบวนการอโนไดซ์จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีความสวยงามที่มากกว่า และสามารถสร้างสรรค์ความสวยงามได้ตามความต้องการของตลาดอีกด้วย ความโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจของสินค้าก็จะมากขึ้น นั่นสามารถเปรียบได้ว่าการพัฒนาอัพเกรดมาตรฐานการผลิตด้วยกระบวนการ Coating อโนไดซ์จะทำให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพดียิ่งกว่าเดิม พร้อมกันนั้นยังเป็นการแตกไลน์การผลิตทำให้เกิดสินค้าใหม่ไปในตัวด้วย

 


ความพิเศษของชิ้นงานที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องรู้

ความพิเศษของชิ้นงานที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องรู้

ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ เป้าหมายหลักสำคัญที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตั้งไว้ก็ย่อมจะเหมือนหรือคล้ายกันในทุก ๆ ธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่นการสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าในแต่ละปี เพื่อให้สินค้างานกลึงโลหะจากไลน์ผลิตสามารถที่จะสร้างกำไรที่เป็นผลประกอบการให้กับบริษัท เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามธุรกิจการผลิตงานโลหะต่าง ๆ ก็มีรูปแบบที่เน้นการขายสินค้าเป็นหลัก แตกต่างเพียงอาจเป็นการเปลี่ยนจากกลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัท หรือผู้ประกอบการธุรกิจประเภทอื่น ที่จำเป็นต้องนำสินค้าของเราไปใช้ต่อ
 

อย่างนั้นแล้วสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อให้บริษัทสามารถที่จะสร้างยอดขายงานกลึงโลหะได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สิ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนจะทำก็คือการเร่งทำยอดขาย โดยอาจใช้กลยุทธ์และการวางแผนการตลาดในรูปแบบที่ต่างกัน การกำหนดยอดให้ฝ่ายขายเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ถึงอย่างนั้นแล้วในบางบริษัทก็อาจไม่สามารถทำยอดขายและผลกำไรได้ตามเป้าทุกครั้งไป ซึ่งส่วนนี้เองที่ผู้ประกอบการหลายคนอาจมองข้ามการสร้างความพิเศษให้กับชิ้นงานด้วยกระบวนการชุบอโนไดซ์ไป ทำให้สินค้าที่ผลิตออกมาไม่มีความพิเศษมากพอที่จะสามารถสร้างยอดขายให้เกิดกับบริษัทได้นั่นเอง
 

เพราะอย่าลืมไปว่า การทำธุรกิจงานกลึงโลหะหรืออุตสาหกรรมการผลิตในรูปแบบอะไรก็ตามแต่ ไม่ได้มีเพียงธุรกิจของเราทีดำเนินการอยู่เพียงแห่งเดียว แต่ยังคงมีบริษัทคู่แข่งอีกหลายแห่งที่ดำเนินธุรกิจในแบบเดียวกับเรา และแชร์ส่วนแบ่งการตลาดกันอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วหากสินค้างานผลิตโลหะของเราไม่มีความพิเศษ ก็จะไม่สามารถสร้างความแตกต่างจากงานผลิตจากธุรกิจอื่นได้เลย ทำให้ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าโลหะจากผู้ผลิตคนไหนก็จะเหมือนกันหมด
 

วิธีในการเอาชนะก็คือการสร้างความแตกต่างหรือความพิเศษให้กับสินค้าด้วยวิธีการต่าง ๆ สำหรับงานโลหะ กระบวนการชุบอโนไดซ์นับได้ว่าเป็นกระบวนการที่สามารถสร้างให้เกิดงานผลิตสินค้าที่พิเศษมากกว่าคู่แข่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างให้ชิ้นงานโลหะมีความทนทานที่มากกว่าเดิม ทั้งการต้านทานการกัดกร่อน ความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลโดยตรงต่อโลหะทุกชนิด รวมไปถึงความสวยงามของชิ้นงานผลิตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการ Coating ที่ผู้ผลิตสามารถที่จะใส่สีสันลงไปในงานผลิตเพื่อสร้างให้เกิดความพิเศษที่แตกต่างได้ ด้วยกระบวนการชุบอโนไดซ์บนงานผลิตโลหะนี้เองที่ทำให้เกิดความพิเศษขึ้น ทั้งในเรื่องของความทนทานและความสวยงาม ซึ่งจะส่งผลทำให้ลูกค้าให้ความสนใจในสินค้าของเราได้มากกว่าคู่แข่งในท้องตลาด เพราะตัวสินค้ามีความพิเศษมากกว่าละสามารถที่จะตอบสนองความต้องการในการใช้งานและความสวยงามได้ถึงสองในงานผลิตเพียงชิ้นเดียว


ยืดอายุชิ้นส่วนอลูมิเนียมให้ยาวนานด้วยการชุบ “ชุบอโนไดซ์”

 

ยืดอายุชิ้นส่วนอลูมิเนียมให้ยาวนานด้วยการชุบ “ชุบอโนไดซ์”

การชุบอโนไดซ์ เป็นกระบวนการทางไฟฟ้าเคมีแบบหนึ่งที่ทำให้เกิดการเพิ่มชั้น บนผิวนอกสุดของวัสดุที่นำมาชุบ กระบวนการนี้ต้องใช้ทั้งสารเคมี และใช้ทั้งไฟฟ้าเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นมา ส่วนมากใช้ทำให้เกิดชั้นของอลูมิเนียมออกไซด์(AL2O3) ซึ่งสมบัติของมันคือเพิ่มความทนทานให้กับวัสดุ ในหลาย ๆ วงการนิยมใช้ประโยชน์กันอยู่แล้วเช่นด้านการเคลือบผิวเซรามิกส์ที่เพิ่มความคงทนให้กับดินและยังทำให้มีความสวยงามได้อีกทางหนึ่งด้วย

ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ของอลูมิเนียมออกไซด์หรือเรียกกันอีกอย่างว่าอลูมินาประกอบด้วย ความทนทาน หลังจากทำการเพิ่มชั้นผิวแล้วจะทำให้วัสดุมีความทนทานสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากความแข็งของอลูมินานั้นเป็นรองเพียงแค่เพชรเท่านั้นเอง จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่วัสดุที่ผ่านการชุบอโนไดซ์ด้วยอลูมิเนียมแล้วจะสามารถทนได้ทั้งรอยขูดขีด การกัดกร่อนจากกรดหรือด่างที่รุนแรง สังเกตได้จากถ้วยชาม ภาชนะที่ใช้ในการทดลองแทบทั้งหมดจะมีการเคลือบผิวด้วยอลูมินา มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ใช้ความแข็งของวัสดุโดยตรงอย่างควอตซ์ เป็นต้น

สมบัติของอลูมินายังไม่หมดเท่านี้ ด้วยความแข็งของมันแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างของอลูมินามีความหนาแน่นสูง มันยังสามารถนำความร้อนและทนความร้อนได้สูงขึ้นหลายพันองศาเซลเซียสอีกด้วย ด้วยสมบัติการทนความร้อนสูงเช่นนี้มีครั้งหนึ่งที่นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยทางด้านยานยนต์ของอเมริกาได้นำมาพัฒนาเครื่องบินให้มีสมมรรถนะสูงขึ้นโดยไม่ต้องมีการดัดแปลงเครื่องยนต์เลย เขาใช้การเคลือบฟิน(Fin)ของไอพ่นด้วยอลูมินาทำให้สามารถทนความร้อนได้สูงขึ้น ไอพ่นสามารถเพิ่มความแรงในการปล่อยพลังงานความร้อนได้มากขึ้น ผลคือเครื่องบินสามารถทำความเร็วสูงขึ้นได้ แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการศึกษาวิจัยทางด้านนี้กันอย่างจริงจังในเวลาต่อมา เทคนิคการชุบอโนไดซ์เป็นเทคนิคที่ไม่ยาก แต่การควบคุมคุณภาพให้ผิวที่เคลือบนั้นมีความบริสุทธิ์ มีความหนาตามความต้องการยังต้องใช้ความละเอียดสูง จึงยังต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการทำอยู่

การเคลือบผิวด้วยการชุบอโนไดซ์ทำให้เกิดชั้นของอลูมินาที่ฝังส่วนหนึ่งในผิวชิ้นงานนั้น ทำให้เกิดความคงทนในการยึดเกาะสูง ชั้นที่เพิ่มมานี้ไม่ได้เป็นแผ่น แต่เป็นท่อเล็ก ๆ (Nano-Pore)ในระดับนาโนที่อยู่ชิด ๆ กัน หรือจะเรียกว่าผิวนี้มีรูพรุนจำนวนมากก็ได้ รูพรุนเหล่านี้มีความสามารถในการดูดซับพวกโมเลกุลสีที่เติมลงไป ทำให้ผิววัสดุมีสีสันสวยงามและคงทน สมบัติที่ดีขึ้นรวมกับการออกแบบให้มีสีสันสวยงามได้ตามต้องการ ทำให้ตลาดของการชุบอโนไดซ์เปิดกว้างขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว และไม่นานนักเทคโนโลยีด้านนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างแน่นอน


 

การประยุกต์ใช้การชุบอลูมิเนียมในอุตสาหกรรมการขนส่ง

การประยุกต์ใช้การชุบอลูมิเนียมในอุตสาหกรรมการขนส่ง

การประยุกต์ใช้อลูมิเนียมในกิจกรรมการขนส่งไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายสิบปีที่ผ่านมาอลูมิเนียมกลายเป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรมการขนส่ง เมื่อไม่นานมานี้รัฐมินนิโซตาได้มีการลงทุนในการพัฒนาสถานีขนส่งสาธารณะแห่งใหม่ ในขณะที่ค่อย ๆ เริ่มเปิดเผยข่าวสารเรื่องนี้นั้นในแต่ละส่วนของสถานีขนส่งนี้ก็มีการใช้การอโนไดซ์ด้วยการชุบอลูมิเนียมไปแล้ว ในการออกแบบโครงสร้างนั้นได้วางแผนใช้วัสดุที่ผลิตด้วยอลูมิเนียมเกือบทั้งหมดและรวมกับการชุบอลูมิเนียมอย่างพิถีพิถัน ควบคุมคุณภาพเป็นอย่างดีเพื่อให้ส่วนของสถานีขนส่งเหล่านี้ทนทานต่อสภาพอากาศทุกฤดูกาล

การตรวจสอบระบบขนส่งมวลชนของมินนิโซตาเผยว่ามีจุดรับส่งมากกว่า 700 แห่งทั่วเมือง การเพิ่มเส้นทางการขนส่งใหม่ 38 สถานีรับส่ง เสาสัญญาณอีก 40 เสา ป้ายที่ทำจากอลูมิเนียมเป็นกุญแจสำคัญในการลงทุนเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดในครั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีการชุบอลูมิเนียมได้ถูกเลือกด้วยเหตุผลประกอบหลายประการ แต่สิ่งสำคัญสุดที่ทำให้เทคโนโลยีนี้คือความสุดขั้วของฤดูหนาวของมินนิโซต้าที่สภาพอากาศเลวร้ายมากและก็เอาแน่เอานอนไม่ได้เสียด้วยสำหรับสภาพอากาศตลอดทั้งปีนั้น วัสดุใดที่สามารถทนความเลวร้ายสุดขั้วของเมืองนี้ได้ล้วนน่าสนใจทั้งนั้น การเคลือบผิวสถานีขนส่งให้สะดุดตา พร้อมกับคุณสมบัติที่ทนทานทุกการขูดขีดจึงทำให้สถานีขนส่งดูโดดเด่นแต่มากด้วยคุณภาพ จากการใช้การชุบอลูมิเนียมกับสถานีขนส่งแล้วได้ผลที่น่าพอใจเช่นนี้ มินนิโซตามีแผนจะขยายโครงการต่อในอนาคตอันใกล้

อีกข้อได้เปรียบหนึ่งคือการชุบอลูมิเนียมเป็นวิธีการที่ง่ายกว่าการใช้วัสดุอื่น นับได้ว่าทั้งสวย และทนเลยทีเดียว ความโค้งมนที่เพรียวบางของหลังคาที่ผสมกับสีสันตามที่ต้องการยิ่งทำให้การชุบอลูมิเนียมยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก เท่านั้นยังไม่พอเทคโนโลยีนี้ยังช่วยยืดอายุสถานีขนส่งให้ยาวนานยิ่งขึ้น สามารถทนความแตกต่างของอุณหภูมิได้มาก ทนการกัดกร่อน ทนความชื้นโดยที่ลักษณะของผิวที่เคลือบไม่เปลี่ยนแปลงเลย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าการชุบอลูมิเนียมจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งของรัฐอื่น ๆ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ต่อไป

โดยภาพรวมแล้วสมบัติที่เปลี่ยนไปของวัสดุเมื่อมีการชุบอลูมิเนียมก็คือมีความแข็งแรง ทนทาน มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่น หรือโลหะชนิดอื่นนั้นจัดได้ว่าการชุบอลูมิเนียมมีราคาต้นทุนที่ถูกมากกว่า นี่จึงเป็นข้อได้เปรียบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญเป็นสารประกอบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในอเมริกาเหนือรวมไปถึงแคนาดาตระหนักในเรื่องนี้ดีจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะขยายอุตสาหกรรมด้านนี้ไปยังส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้านการขนส่ง การก่อสร้าง หรือการตกแต่งก็ล้วนแต่สามารถนำวัสดุที่ชุบอลูมิเนียมมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น

 


 

การเลือกวิธีการชุบอโนไดซ์ให้เหมาะกับชิ้นงาน


การเลือกวิธีการชุบอโนไดซ์ให้เหมาะกับชิ้นงาน

การชุบอโนไดซ์หรือกระบวนการชุบอลูมิเนียม เป็นกระบวนการประเภทไฟฟ้าเคมีแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวของชิ้นงาน ส่วนมากเป็นอลูมิเนียม ทำให้กลายเป็นอลูมิเนียมออกไซด์ ที่มีคุณสมบัติที่แข็งมาก นำความร้อนได้ดี แต่ไม่นำไฟฟ้า สมบัติของอลูมิเนียมออกไซด์ที่เกิดจากการชุบอโนไดซ์นี้ทำให้ชิ้นงานนั้นสามารถทนทานต่อแรงกด การเสียดสี การกระแทก แรงดึง ทนการกัดกร่อนจากสารเคมี หรือความชื้นได้มากขึ้น โดยที่ตัวชิ้นงานยังคงความเป็นสมบัติของวัสดุพื้นฐานไว้อยู่ อายุการใช้งานเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเป็นกระบวนการทางไฟฟ้าเคมี จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้สารเคมีบางชนิดเป็นส่วนประกอบในการชุบอโนไดซ์ แบบพื้นฐานที่นิยมกันมี 3 ประเภท

  1. การชุบอโนไดซ์ด้วยกรดโครมิก ปกติแล้วจะใช้กับชิ้นงานที่ไม่ต้องการความแข็งของผิวนอกมากนัก วิธีการนี้จะใช้สารละลายโครมิกเป็นสารนำไฟฟ้าในการชุบจะให้ความหนาของผิวชิ้นงานไม่เกิน 18 ไมครอน จัดว่าบางที่สุดใน 3 ชนิด ชิ้นงานที่เตรียมด้วยวิธีการนี้มักนำไปใช้ในการเคลือบแบบอื่นต่อเช่นชุบหรือพ่นสี เพราะผิวที่เคลือบนี้จะสะอาดและเรียบทำให้เม็ดสียึดเกาะได้ดี มีความคงทนสูงขึ้นและไม่ทำให้สีที่ชุบหรือพ่นนั้นผิดเพี้ยนจากสีเดิม
     
  2. การชุบอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟิวริก นิยมใช้กับชิ้นงานที่มีความต้องการความแข็งผิวนอกค่อนข้างสูง วิธีการนี้ใช้สารละลายกรดซัลฟิวริกเป็นสารนำไฟฟ้าในการชุบ ทำให้ความหนาของชิ้นงานมากถึง 25 ไมครอน ชิ้นงานที่มีการเคลือบแบบนี้จะมีสมบัติที่ดีขึ้นกว่าแบบแรก สามารถทนการกัดกร่อน ทนการเสียดสี และยืดอายุวัสดุได้มากขึ้น เป็นวิธีการที่นิยมกันมากที่สุดเพราะเทียบแล้วจะมีต้นทุนต่ำสุดทั้งในเรื่องของระยะเวลาในการชุบกับสมบัติที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายของการชุบไม่ได้ต้องการให้หนามากเพราะเกินจำเป็น แต่ก็ยังต้องการยืดอายุของวัสดุ วิธีนี้จึงตอบโจทย์ได้ดีที่สุด
     
  3. การชุบอโนไดซ์แบบหนาด้วยกรดซัลฟิวริก นิยมใช้กับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งของผิวสูงมาก วิธีการนี้ยังคงใช้สารละลายกรดซัลฟิวริกเป็นสารนำไฟฟ้าอยู่แต่ต้องการให้ความหนาของผิวชิ้นงานนั้นมากกว่า 25 ไมครอน อาจมากไปถึง 150 ไมครอนเลยทีเดียว การเพิ่มความหนาเช่นนี้จำเป็นต้องมีการควบคุมกระบวนการในการชุบอโนไดซ์อย่างการควบคุมอุณหภูมิ ใช้กระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้น อย่างนี้เป็นต้น ต้นทุนในการชุบจึงเพิ่มขึ้นทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายและเวลาในการชุบ แต่สมบัติที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ชิ้นงานทนทาน และยืดอายุได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับ 2 แบบแรก นิยมใช้กับวัสดุที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความแข็งแรงทนทานมากที่สุด ยืดอายุเวลาให้มากที่สุด เป็นวัสดุที่เคลื่อนย้ายยาก ๆ เพราะทำการชุบอโนไดซ์ครั้งเดียวก็ใช้ไปจนหมดอายุการใช้งานเลย

 

การเลือกวิธีการชุบอโนไดซ์ให้เหมาะกับการใช้งานจึงต้องพิจารณาทั้งในด้านของต้นทุนเรื่องเวลาในการชุบ ค่าใช้จ่ายในการชุบ แล้วเปรียบเทียบกับการใช้งานดู เพื่อจะได้เลือกวิธีการให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดด้วย

 


 

 

การชุบอโนไดซ์ เทคโนโลยีที่ช่วยให้พื้นผิวอลูมิเนียมทนทาน

 

การชุบอโนไดซ์ เทคโนโลยีที่ช่วยให้พื้นผิวอลูมิเนียมทนทาน

เทคนิคทางไฟฟ้าเคมี เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เทคนิคหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม ก็คือ เทคนิคที่เรียกว่าการชุบอโนไดซ์ ซึ่งเป็นเทคนิคในการเคลือบอลูมิเนียม นิยมใช้ในการชุบผิวชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักรในอุตสาหกรรม อะไหล่ยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องบิน และยังรวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ทำจากอลูมิเนียม เช่น ชั้นวางของ เครื่องครัว กล้องถ่ายรูป ฯลฯ เทคนิคการเคลือบอลูมิเนียมแบบชุบอโนไดซ์ นั้น มีหลักการก็คือ ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นตัวกระตุ้น ผ่านสารละลายของกรด ที่นิยมใช้ได้แก่ กรดซัลฟิวริก และกรดโครมิค ซึ่งจะทำให้พื้นผิวทำปฏิกิริยากับออกซิเจน เกิดเป็นพื้นผิวออกไซด์ของอลูมิเนียม (Al2O3) ขึ้น ซึ่งจะมีความแข็งแรงทนทานกว่าพื้นผิวอลูมิเนียมปกติ

สาเหตุที่ทำให้แผ่นฟิล์มของอลูมิเนียมออกไซด์ที่เกิดขึ้น มีความแข็งแรงทนทานนั้น เป็นเพราะว่าโครงสร้างของแผ่นฟิล์มที่เกิดขึ้น จะมีลักษณะเป็นพื้นผิวที่มีรูพรุน เปรียบเสมือนมีท่อเล็ก ๆ รูปหกเหลี่ยมมามัดรวมกัน ด้วยโครงสร้างของพื้นผิวแบบนี้ จึงช่วยลดแรงกระแทก และป้องกันการทำปฏิกิริยาจากออกซิเจนในสิ่งแวดล้อม จึงทำให้พื้นผิวของอลูมิเนียมที่ผ่านการชุบอโนไดซ์ สามารถทนต่อการสึกกร่อนได้เป็นอย่างดี เทคนิคอโนไดซ์นั้น แบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลัก ได้แก่ การชุบด้วยกรดโครมิค การชุบด้วยกรดซัลฟิวริก และการชุบแข็ง (Hard Anodized) ซึ่งแต่ละวิธีก็จะให้ความหนาของแผ่นฟิล์มบนพื้นผิวแตกต่างกันออกไป การเลือกวิธีชุบเคลือบพื้นผิวนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของชิ้นส่วน ว่าต้องการความทนทานสูงขนาดไหน การชุบด้วยกรดโครมิค ให้ความแข็งแรงน้อยที่สุด มักใช้สำหรับการเตรียมพื้นผิว ส่วนการชุบด้วยกรดซัลฟิวริกนั้น จะให้ความแข็งแรงปานกลาง จึงค่อนข้างเป็นที่นิยม ส่วนวิธีที่จะทำให้วัสดุมีความทนทานสูงสุด ก็คือวิธีการชุบแข็ง หรือ Hard Anodized โดยสารเคมีที่นิยมใช้ในการชุบแข็ง ก็คือกรดซัลฟิวริกนั่นเอง

วิธีการ Hard Anodized ชุบอโนไดซ์ เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุที่ต้านทานการเสียดสีได้ดี เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการบิน พื้นผิวฟิล์มที่เคลือบด้วยวิธี Hard Anodized จะมีความแข็งสูง ยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี มีความเฉื่อยหรือไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับสิ่งที่จะมากัดกร่อนง่าย ๆ จึงช่วยให้วัสดุต้านทานการสึกหรอ โดยผิวที่เคลือบจะประกอบด้วย 2 ชั้น ได้แก่ ชั้นใน หรือชั้นเยื่อกั้น คือส่วนที่ติดกับผิวโลหะ ส่วนนี้จะอัดแน่น และไม่มีรูพรุน ส่วนชั้นนอก จะมีโครงสร้างเป็นท่อทรงกระบอกหกเหลี่ยมที่มีรูพรุน วิธี Hard Anodized จะใช้กระแสไฟฟ้าที่สูง ร่วมกับการใช้อุณหภูมิต่ำใกล้จุดเยือกแข็งของสารละลาย จึงทำให้เกิดฟิล์มบนพื้นผิวที่มีความหนามากกว่าการชุบด้วยกรดซัลฟิวริกธรรมดา

นอกจากในงานอุตสาหกรรมแล้ว หากอยากยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องมือเครื่องใช้ หรือ อะไหล่ยนต์ ที่ทำจากอลูมิเนียม ปัจจุบันก็สามารถนำชิ้นส่วนนั้น ๆ มาชุบด้วยวิธีอ ชุบอโนไดซ์ ได้เช่นกัน


 

รู้ลึกรู้จริง กระบวนการชุบอลูมิเนียมเพื่อปกป้องพื้นผิว

รู้ลึกรู้จริง กระบวนการชุบอลูมิเนียมเพื่อปกป้องพื้นผิว

การชุบอลูมิเนียมโลหะหรือที่เรียกว่าการชุบอโนไดซ์ เป็นการป้องกันการผุกร่อนของอลูมิเนียม โดยธรรมชาติแล้วอลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีความอ่อน เป็นรอย และเปลี่ยนรูปได้ง่าย เมื่ออลูมิเนียมทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ก็จะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มอลูมิเนียมออกไซด์ขึ้น ซึ่งแผ่นฟิล์มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ ทำให้อลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติเป็นสนิมได้ยาก และไม่สึกกร่อนง่าย แต่แผ่นฟิล์มตามธรรมชาตินี้มีลักษณะบางมาก เมื่อทำปฏิกิริยาเคมีกับสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดการสึกกร่อนได้ ดังนั้น จึงต้องมีการ ชุบพื้นผิวอลูมิเนียมในชิ้นงานอลูมิเนียมต่าง ๆ เพื่อปกป้องพื้นผิวเอาไว้

การชุบอลูมิเนียมจะใช้การทำปฏิกิริยาทางไฟฟ้าเคมี กระตุ้นให้ออกซิเจนเปลี่ยนสภาพพื้นผิวอลูมิเนียมธรรมดาไปเป็นแผ่นฟิล์มอลูมิเนียมออกไซด์ที่มีความแข็งแรงสูงขึ้น ยึดเกาะกับชิ้นงานได้ดี ต้านทานการเสียดสีได้สูง และสึกกร่อนยาก ส่วนในกระบวนการชุบอลูมิเนียมนั้น จะต้องมีสารเคมีที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา เช่น กรดซัลฟิวริก กรดโครมิค และมีขั้วไฟฟ้าบวกและลบ หลักการง่าย ๆ คือ ใส่สารเคมีสำหรับการทำปฏิกิริยาลงในบ่อชุบโลหะ จากนั้นนำขั้วบวกมาแตะที่ชิ้นงาน ก่อนที่จะปล่อยกระแสไฟ ฟ้า ซึ่งขณะปล่อยกระแสไฟฟ้านั้น จะเกิดอนุภาคออกซิเจนบนพื้นผิวอลูมิเนียมขึ้น และค่อย ๆ เกิดเป็นแนวแผ่นฟิล์ม เมื่อทำซ้ำ ๆ ก็จะกลายเป็นโครงสร้างของพื้นผิวที่แข็งแรงขึ้น ในโครงสร้างของแผ่นฟิล์มอลูมิเนียมออกไซด์นั้น จะประกอบด้วยเซลล์ที่มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก คล้ายแท่งดินสอเล็ก ๆ มัดรวมกัน มีรูพรุนตรงกลางลักษณะเหมือนท่อทรงหกเหลี่ยมปลายเปิด รูพรุนตรงกลางนี้เองที่จะเป็นที่บรรจุสี และสารป้องกันการกัดกร่อน ซึ่งเมื่อบรรจุแล้วต้องทำการปิดผนึกเพื่อป้องกันสี และสารป้องกันการกัดกร่อนไว้ภายใน
 

การทำอโนไดซ์อลูมิเนียม จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก ได้แก่

  1. Chromic Acid Anodization – เป็นการชุบอลูมิเนียมด้วยกรดโครมิค ใช้สำหรับชิ้นงานที่ไม่ต้องการความแข็งของผิวสูงมาก จะให้ความหนาของชั้นฟิล์ม 5-18 ไมโครเมตร และผิวชิ้นงานที่ทึบแสง แผ่นฟิล์มที่ได้จะอ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับการเตรียมผิวอลูมิเนียมก่อนพ่นสี
     
  2. Sulfuric Acid Anodization – เป็นการชุบผิวอลูมิเนียมด้วยกรดซัลฟิวริก ซึ่งนิยมกันมากที่สุด ใช้สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งของผิวสูง ให้ความหนาของชั้นฟิล์ม 18-25 ไมโครเมตร
     
  3. Sulfuric Acid Hard Coat Anodization – เป็นการชุบผิวอลูมิเนียมด้วยกรดซัลฟิวริก แบบชุบแข็ง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Hard Coat ใช้สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งของผิวสูงมากกว่า 25 ไมโครเมตร ซึ่งต้องการเครื่องมือในการควบคุมอุณหภูมิของสารละลายให้ใกล้จุดเยือกแข็งของน้ำ ใช้กระแสไฟฟ้าสูง โดยจะให้ความหนาของชั้นฟิล์ม 25-150 ไมโครเมตร

การชุบอลูมิเนียมโลหะ เป็นการใช้เทคนิคทางไฟฟ้าเคมีนำมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มความทนทานให้กับวัสดุต่าง อลูมิเนียมต่าง ๆ ที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องครัว กระป๋องเครื่องดื่ม ไฟฉาย กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์กีฬา ชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน

 


 

5 สิ่งที่จะทำให้การอโนไดซ์ของคุณมีคุณภาพ

5 สิ่งที่จะทำให้การอโนไดซ์ของคุณมีคุณภาพ

การชุบอโนไดซ์เป็นกระบวนการทางไฟฟ้าเคมีที่สร้างชั้นผิวเคลือบโลหะอลูมิเนียม กระบวนการนี้มีความซับซ้อน ต้องการทำความเข้าใจและการทำที่ละเอียดและดีที่สุดเพื่อให้ผลที่ได้จากการชุบอโนไดซ์มีคุณภาพมากที่สุด ความท้าทายที่ยากที่สุดสำหรับผู้ที่ทำคือทำอย่างไรให้ถูกใจลูกค้ามากที่สุด ผู้ทำต้องรู้ว่ามีหลายอย่างที่การชุบอโนไดซ์ทำได้ และก็มีอีกหลายอย่างที่ทำไม่ได้เช่นกัน หากทำออกมาไม่ได้ตามความต้องการก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกค้าจะตำหนิคุณเป็นธรรมดา มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การอโนไดซ์ของคุณมีคุณภาพมากที่สุด และนี่คือปัจจัย 5 อันดับแรก

  1. การเลือกวัสดุ โลหะผสมแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการนำไปใช้ในกระบวนการชุบอโนไดซ์ไม่เหมือนกัน บางอย่างก็ดี บางอย่างก็ไม่ดีพอ การเลือกวัสดุจะทำให้ชิ้นงานของคุณทำออกมานั้นมีคุณภาพสูงสุด ตามที่ใช้กันนั้นอลูมิเนียม 6061 เป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดทำให้ชิ้นงานมีความทนทานมากที่สุด เมื่อเลือกแล้วก็ควรใช้วัสดุแบบเดียวกันกับงานทั้งชุดเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด
     
  2. การเตรียมผิวชิ้นงาน ผิวชิ้นงานต้องมีความเรียบและสะอาดเพียงพอให้การนำไปชุบอโนไดซ์นั้นเกิดชั้นผิวอลูมิเนียมออกไซด์ที่ยึดเกาะชิ้นงานได้ดีที่สุด นานที่สุด ดังนั้นการเข้าสู่กระบวนการชุบต้องขัดผิวให้เรียบและล้างด้วยกรดก่อนทุกครั้ง
     
  3. ความสำคัญของสารเคมี หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของกระบวนการก็คือการควบคุมเรื่องสารเคมีที่ใช้อย่างเข้มงวด เคร่งครัด มีหลายกระบวนที่ต้องให้ความสำคัญ รวมไปถึง การทำความสะอาด การชุบอโนไดซ์ การเติมสี การเคลือบผิวครั้งสุดท้าย สิ่งที่ต้องควบคุมมีทั้งความเป็นกรดด่าง อุณหภูมิ ความเข้มข้นของสารละลาย เวลาในการชุบ
     
  4. การควบคุมกระบวนการอโนไดซ์ ขั้นตอนการชุบอโนไดซ์จริง ๆ ต้องมีการควบคุมหลาย ๆ อย่างของกระบวนการเพื่อให้แน่ใจว่าชั้นผิวอลูมิเนียมออกไซด์ที่เคลือบชิ้นงานนั้นมีคุณภาพสม่ำเสมอ อย่าลืมตรวจสอบเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้า(Calibration)ก่อนนำไปใช้ในกระบวนการ คุณภาพของแผ่นแคโธดในถังชุบก็ต้องทำความสะอาดให้ดีก่อนด้วยเช่นกัน
     
  5. ผู้ทำอโนไดซ์ ผู้ทำก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเพราะนอกจากต้องมีความเชี่ยวชาญแล้วยังต้องมีความใส่ใจ ให้รายละเอียดกับทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด ดังนั้นผู้ทำต้องตระหนักในเรื่องการควบคุมคุณภาพเป็นสำคัญอันดับหนึ่ง มองเรื่องเวลาในการทำจนงานเสร็จเป็นเรื่องรอง เพราะการแก้ไขทำได้ยาก ส่วนมากเมื่อเกิดความผิดพลาดต้องทำใหม่ ไม่คุ้มค่าในแง่ของเวลาแน่นอน

ตัวแปรทั้งหลายจะไม่ได้รับความสนใจเลยถ้าขาดผู้ปฏิบัติที่มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ต้องยอมรับได้แม้ลูกค้าจะขอให้ทำให้ใหม่หากคุณภาพที่ได้นั้นไม่ผ่านตามความต้องการ


 

หลากหลายข้อดีของการชุบอลูมิเนียมที่ไม่ใช่แค่ทำให้พื้นผิวสวย

 

หลากหลายข้อดีของการชุบอลูมิเนียมที่ไม่ใช่แค่ทำให้พื้นผิวสวย

อลูมิเนียม เป็นโลหะที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และครัวเรือน ด้วยคุณสมบัติที่มีความหนาแน่นน้อย น้ำหนักเบา แต่รับน้ำหนักได้มาก สามารถขึ้นรูปได้ง่าย ไม่เป็นสนิม มีความเหนียว ไม่แตกหักง่าย และทนต่อการกัดกร่อน ซึ่งอลูมิเนียมที่นำมาใช้กันในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น อลูมิเนียมบริสุทธิ์ และอลูมิเนียมผสม บางครั้งจะต้องมีการนำไปผ่านกระบวนชุบอลูมิเนียม เพื่อเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างของอลูมิเนียมให้มีความเหมาะสมต่อประเภทของการใช้งาน

โดยทั่วไปการชุบโลหะ จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 วิธีหลัก ได้แก่ วิธีใช้ไฟฟ้า วิธีไม่ใช้ไฟฟ้า วิธีทางเคมี/ไฟฟ้าเคมี และวิธีอื่น ๆ เช่นการชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน ในการชุบอลูมิเนียมนั้น จะนิยมใช้วิธีชุบเคลือบแบบใช้ไฟฟ้า ด้วยโลหะชนิดอื่น เช่น ทองแดง นิกเกิล โครเมียม และอีกวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือวิธีทางไฟฟ้าเคมีที่เรียกว่าการชุบอโนไดซ์ การชุบอลูมิเนียม มีข้อดีหลายอย่าง ได้แก่

  • ช่วยให้พื้นผิวทนทานต่อการสึกกร่อน – ช่วยป้องกันการทำปฏิกิริยาของสิ่งกระตุ้นในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ อากาศ สารเคมี ฯลฯ จึงช่วยให้พื้นผิวอลูมิเนียมทนทานต่อการสึกกร่อนได้
  • ช่วยให้พื้นผิวดูเป็นประกาย สะท้อนแสง และเพิ่มการยึดเกาะของสี – ความมันเงาของพื้นผิวขึ้นอยู่กับวิธีการและคุณสมบัติของโลหะที่ใช้ในชุบอลูมิเนียม หากเป็นการชุบแบบอโนไดซ์ พื้นผิวของวัสดุจะมีลักษณะเป็นรูพรุน ทำให้สามารถชุบสีติดง่ายขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความแข็ง และความทนทานต่อแรงบิด – ชุบอลูมิเนียม ด้วยวิธีการที่เหมาะสมจะทำให้วัสดุมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น สามารถน้ำหนัก และรับแรงบิดได้เพิ่มมากขึ้น เหมาะกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม
  • เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติการนำไฟฟ้า – ชุบอลูมิเนียม อาจเพิ่มคุณสมบัติการนำไฟฟ้า หรือลดการนำไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับวิธีการที่ใช้ เช่น การชุบด้วยทองแดงจะช่วยเพิ่มคุณสมบัติการนำไฟฟ้า จึงเหมาะสำหรับการใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการชุบอโนไดซ์จะทำให้พื้นผิวมีความเป็นฉนวนเพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องการให้เกิดการนำไฟฟ้า
  • ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาซ่อมแซม – เนื่องจากวัสดุอลูมิเนียมที่ผ่านการชุบเคลือบแล้ว จะมีความทนทาน มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น จึงช่วยให้ไม่ต้องคอยซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาชิ้นส่วนนั้น โดยที่ชิ้นส่วนยังคงดูมันวาว และดูใหม่อยู่ตลอดเวลา

 

ด้วยข้อดีของเหล่านี้ ชุบอลูมิเนียม จึงเป็นนิยมอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการบิน รวมถึงเป็นที่นิยมในการนำมาชุบเพื่อตกแต่งชิ้นส่วน อะไหล่ยนต์ เพราะการใช้งานชิ้นส่วนเหล่านี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเจอทั้ง การเสียดสี การกัดกร่อน ดังนั้น ชุบอลูมิเนียม นอกจากจะเพิ่มความสวยงาม ช่วยให้สีติดทน พื้นผิวดูมันวาวขึ้นแล้ว ก็จะช่วยให้เกิดความทนทาน ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น รู้สึกเหมือนกับใช้ของใหม่อยู่เสมอ


 

5 ข้อที่ต้องสนใจในการออกแบบชิ้นงานเพื่อชุบอลูมิเนียม

5 ข้อที่ต้องสนใจในการออกแบบชิ้นงานเพื่อชุบอลูมิเนียม

กระบวนการชุบอลูมิเนียม มีประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มอายุการใช้งานของวัสดุให้ยาวนานขึ้น เนื่องจากผิวที่เคลือบบริเวณด้านนอกของวัสดุนั้นเป็นสารประกอบที่เรียกว่าอลูมิเนียมออกไซด์ที่มีความแข็งและทนทานเป็นพิเศษ หลักการที่ว่าวัสดุที่ถูกห่อหุ้มหรือเคลือบผิวด้วยอะไรซักอย่างที่ทนได้ทุกสภาวะแล้วจะช่วยยืดอายุได้ดูจะเป็นหลักการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ความเป็นจริงแล้วการชุบอลูมิเนียมมีสิ่งที่คุณต้องสนใจนำมาพิจารณาก่อนการชุบเพื่อให้ชิ้นงานที่ได้ออกมานั้นมีคุณภาพมากที่สุดด้วย ลองมาดูกันซิว่าปัจจัยสำคัญ 5 ข้อที่ต้องสนใจมีอะไรบ้าง

  1. ขนาดของชิ้นงาน(Dimension) ปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณาก่อนเลยก็คือการเปลี่ยนแปลงของขนาดชิ้นงานที่จะมีการนำไปชุบอลูมิเนียม ชิ้นงานที่ถูกชุบนั้นจะมีการเพิ่มชั้นผิวให้มีความหนามากขึ้น จากแบบที่เขียนไว้จึงต้องวางแผนชดเชยเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตามความหนาโดยรวมของชิ้นงานจะคิดที่ประมาณครึ่งหนึ่งของความหนาของชั้นผิวที่ชุบเนื่องจากส่วนหนึ่งจะฝังอยู่ในผิวชิ้นงานและส่วนที่เหลือจะหนาออกมาจากชิ้นงาน โดยเฉลี่ยแล้วประมาณครึ่งต่อครึ่ง งานที่ต้องการความละเอียดสูงอย่างเช่นระบบลูกสูบ จะทำการลดขนาดของต้นแบบที่ร่างไว้เพื่อเผื่อไว้สำหรับการชุบอลูมิเนียมด้วย
     
  2. ความต้านทานการสึกหรอ(Wear Resistance) การวางแผนเพื่อชุบอลูมิเนียมจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าชิ้นงานของคุณนั้นจะนำไปใช้งานอย่างไร ต้องสัมผัสเสียดสีมากน้อยแค่ไหน เพราะตามหลักการแล้วหากเป็นการใช้งานที่ต้องมีการสัมผัสและอาจทำให้เกิดการสึกหรอได้มากจำเป็นต้องใช้การเคลือบที่หนา เพื่อเพิ่มความทนทานในการเสียดสี ปัจจัยข้อนี้เป็นปัจจัยที่หลายคนมักมองข้ามไปเพราะบางทีก็ยึดที่เรื่องต้นทุนการผลิตเป็นหลัก
     
  3. การเพิ่มสี(Adding Color) มีหลายเหตุผลในการย้อมสีการชุบอลูมิเนียม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความต้องการของลูกค้า หรือความเหมาะสมของโทนสี บางชิ้นงานต้องการสีหลายสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยในการควบคุมการชุบสี การซีดเนื่องจากแสง ปัจจัยคือกรดซึ่งจะมีความแตกต่างกัน กรดอินทรีย์ง่ายแต่ซีดจางเร็ว กรดอนินทรีย์ยากกว่าแต่ทนแสงได้ดีกว่า เป็นต้น หรือแม้แต่การกำหนดสีที่ถูกต้องโดยเฉพาะสีดำที่ทำได้ยากมาก ส่วนมากสีที่ได้จะเป็นสีเทาเสียมากกว่า กรณีที่เป็นเชิงเทคนิคเช่นนี้จำเป็นต้องมีการออกแบบที่ละเอียดมากกว่าปกติ
     
  4. ความนำไฟฟ้า(Conductivity) การชุบอลูมิเนียมจะทำให้เกิดชั้นผิวที่เป็นอลูมิเนียมออกไซด์ ซึ่งไม่นำไฟฟ้า คุณสามารถทดสอบได้ว่าชิ้นงานของคุณผ่านการเคลือบหรือยังด้วยการใช้มัลติมิเตอร์วัดการนำไฟฟ้า หากไม่นำไฟฟ้าแสดงว่าชิ้นงานคุณผ่านการเคลือบเรียบร้อยแล้ว
     
  5. การเคลือบรวม(Combined Coatings) การเคลือบชั้นสุดท้ายมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะทำให้ชิ้นงานไม่เกิดผลกระทบกับสารเคมี แล้วยังช่วยในเรื่องของการเคลือบสีตามที่ต้องการและอาจรวมไปถึงการเคลือบเทฟลอนที่ช่วยในเรื่องความทนทานต่อการสัมผัสมากขึ้นได้อีกด้วย

5 ข้อดังกล่าวหากคุณสามารถนำมาใช้ในการพิจารณาก่อนการชุบอลูมิเนียมชิ้นงานของคุณได้ทุกครั้ง มั่นใจได้เลยว่างานของคุณจะออกมามีคุณภาพอย่างแน่นอน