เกี่ยวกับเรา

ชุบอลูมิเนียม ชุบอโนไดซ์ ชุบ Anodize สมุทรปราการ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมสะอาดการชุบ

ชุบอลูมิเนียม ชุบอโนไดซ์ ชุบ Anodize สมุทรปราการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมสะอาดการชุบ โรงชุบอโนไดซ์ สมสะอาดการชุบ ผู้เชี่ยวชาญงานชุบอโนไดซ์ และ ชุบฮาร์ด อโนไดซ์ ดำเนินกิจการมานานกว่า 30 ปี โรงงานมีใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานชุบโลหะจากกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรม เลขทะเบียนนิติบุคคล 011 354 000 2161 เรารับงานชุบเคลือบผิวอลูมิเนียมทุกชนิด ไม่จำกัดจำนวน มีรถส่งชิ้นงานให้ถึงที่หมาย ราคามิตรภาพและพร้อมรับรองคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามความต้องการ

สอบถามรายละเอียดและราคาเพิ่มเติมที่ สายด่วน : คุณ วี 098-789-9529

สินค้าและบริการ

โรงชุบอโนไดซ์ รับชุบอลูมิเนียม รับชุบอโนไดซ์ (Anodize)
รับงานชุบอลูมิเนียม Anodize ชุบ Hard Anodize ชุบ Anodize Color
ขายอลูมิเนียม สมุทรปราการ

โรงชุบ สมุทรปราการ รับชุบโลหะ เคลือบผิว อลูมิเนียม ชุบแข็ง ฮาร์ดอโนไดซ์ (Hard Anodize) ให้ผิวงานแข็งขึ้น ชุบผิวชิ้นงานให้เป็นมันเงาหรือด้าน ได้ตามต้องการ ชุบได้ทุกสี ตามมาตรฐาน : ISO 9001 รับชุบ ชิ้นงานจำนวนมาก และ จำนวนน้อย งานเร่งด่วนแข่งกับเวลา ราคาไม่แพง

  • รับทำสีอโนไดซ์ ทุกสี เช่น ชุบอโนไดซ์ สีทอง สีนาค สีบรอนซ์เงิน สีน้ำเงิน สีม่วง สีแดง สีฟ้า สีขาว สีดำ ทั้งผิวด้านและผิวมัน
  • รับชุบอโนไดซ์ อะไหล่มอเตอร์ไซด์ สมุทรปราการ อะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ชุบอลูมิเนียม อโนไดซ์ บนผิวงานอลูมิเนียม บนอลูมิเนียมคัฟ เนื้องานออกมาเป็นสีด้าน เนื้องานออกมาเป็นสีเงา ทนรอยขีดขวน คงทนแข็งแรง
  • โรงชุบอโนไดซ์ สมุทรปราการ รับชุบเคลือบผิวอลูมิเนียม ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อหุงข้าวตัวใน หม้อในสุกี้ กาน้ำอลูมิเนียม อะไหล่ชิ้นงานทุกประเภท
  • รับงานอลูมิเนียมตกแต่งภายใน งานกลึง งาน Machine และจำหน่ายอลูมิเนียมสำหรับงานชุบ Anodize งานเครื่อง CNC เครื่อง Machine Center งานโลหะอลูมิเนียม งานปั๊ม Air Pump โลหะ และงานขัดผิว ยิงทรายผิวอลูมิเนียม

ชุบสีอลูมิเนียม สมุทรปราการ


ทำไมต้องทำการชุบอลูมิเนียม
อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมทุกประเภทมากที่สุดรองจากเหล็กและเหล็กกล้า ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น น้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าที่ดี จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรและแม่พิมพ์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน ยานอวกาศ และชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดีแม้ว่าอลูมิเนียมจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่หลากหลาย ก็ไม่ได้หมายความว่าอลูมิเนียมจะคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานในทุก ๆ ประเภท งานบางประเภทจำเป็นต้องใช้งานอลูมิเนียมที่มีความหนาและทนทานมากขึ้น นั่นจึงทำให้ต้องมีการนำอลูมิเนียมไปผ่านกระบวนการเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งานเสียก่อน นั่นคือการชุบอลูมิเนียม ด้วยสารเคลือบอย่างสังกะสี นิกเกิล หรือการนำไปผ่านกระบวนการอโนไดซ์ เพื่อให้อลูมิเนียมมีความทนทานและแข็งแกร่งขึ้น จะได้เหมาะสมกับการใช้งานทุกรูปแบบมากขึ้นนั่นเอง


กระบวนการอโนไดซ์คืออะไร?
การอโนไดซ์ คือ กระบวนการเคลือบผิวของอลูมิเนียม โดยนำอลูมิเนียมธรรมดาไปเข้าสู่กระบวนการทางไฟฟ้าเคมี ซึ่งจะมีการอลูมิเนียมธรรมดาไปจุ่มลงไปในสารเคมีที่เป็นกรด ด้วยมีการนำไปจุ่มลงสารเคมีที่เป็นกรดนี่เองจึงทำให้คนนิยมเรียกกระบวนการนี้ว่าการชุบอโนไดซ์ หลังจากจุ่มอลูมิเนียมลงไปในสารเคมีที่เป็นกรดแล้ว ต่อมาก็จะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับส่วนผิวนอกของอลูมิเนียม ทำให้ตัวออกไซด์ของอลูมิเนียมมีความหนาขึ้นจึงทำให้มีความทนทานต่อการกัดกร่อนเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันพื้นผิวของอลูมิเนียมที่ถูกชุบก็จะเกิดรูพรุนขนาดเล็กมากมาย ซึ่งรูพรุนเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มการกักเก็บสีจะทำให้สีติดอลูมิเนียมได้ง่ายเมื่อมีการย้อม


ทำไมต้องทำการชุบอโนไดซ์อลูมิเนียม

  1. เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะอลูมิเนียม
  2. เพิ่มความทนทานของผิว ช่วยให้ผิวอลูมิเนียมแข็งขึ้น
  3. ช่วยให้อลูมิเนียมมีความลื่นมากขึ้น
  4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสวยงามของการเคลือบสี ได้แก่ ช่วยเพิ่มสีสัน สร้างเฉดสีที่มีความหลากหลาย เพิ่มความมันเงา เพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะของสีเคลือบ
  5. เพื่อกันสนิม สิ่งสกปรก ป้องกันคราบนิ้วมือ
  6. ช่วยเปลี่ยนสถานะของอลูมิเนียมให้เป็นฉนวนไฟฟ้า
  7. เป็นการทำความสะอาดผิวให้อลูมิเนียม ช่วยกำจัดสิ่งสกปรก ตะกรัน ไปจนถึงคราบไขมันต่าง ๆ


การชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์ มีกี่วิธี

  1. การชุบอโนไดซ์ด้วยกรดโคโรมิก (Type I) เป็นการวิธีการทำอโนไดซ์แบบดั้งเดิม โดยใช้กรดโคโรมิกเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาของชั้นฟิล์มตั้งแต่ 5 - 18 ไมโครเมตร ลักษณะผิวเป็นแบบทึบแสง อ่อนนุ่ม ทำให้อลูมิเนียมที่ได้ยากต่อการชุบสี เหมาะสำหรับการอโนไดซ์เพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนการนำไปพ่นสีมากกว่า
  2. การทำอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟูริก (Type II) เป็นวิธีการชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยใช้กรดซัลฟูริคเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาของชั้นฟิล์มในระดับปานกลางตั้งแต่ 1.8 – 25 ไมโครเมตร
  3. การทำอโนไดซ์ด้วยกรดซัลฟูริกแบบชุบบาง (Type IIB) คือการชุบอโนไดซ์แบบบางมาก ๆ โดยใช้กรดซัลฟูริกเป็นสารละลายหลัก ซึ่งจะให้ความหนาน้อยกว่า 1.8 ไมโครเมตร
  4. การทำ Hard Coat หรือ Engineering Anodize (Type III) เป็นการชุบอลูมิเนียมแบบหนามาก ๆ ซึ่งต้องเป็นกระบวนการอโนไดซ์ที่ต้องผ่านกระบวนการและการใช้เครื่องมือในการควบคุมอุณหภูมิโดยใช้เครื่องทำความเย็นหล่อสารละลายน้ำยาชุบจนใกล้จุดเยือกแข็งของน้ำซึ่งต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง เพื่อให้ความหนาของชั้นฟิล์มตั้งแต่ 25-150 ไมโครเมตร วิธีการนี้เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกัดกร่อน ช่วยให้ผิวอะลูมิเนียมลื่นทนทานต่อการเสียดสี กันความร้อนและเป็นฉนวนไฟฟ้า
  5. การทำอโนไดซ์ด้วยกรดอินทรีย์เคมี (Type IC) เป็นการใช้สารละลายกรดอินทรีย์เคมี เช่น กรดออกซาลิค ซึ่งการทำอโนไดซ์วิธีการนี้จะให้สีเปลี่ยนไปตามชนิดของโลหะผสมโดยไม่ต้องทำการชุบเพิ่มและเป็นการชุบที่สามารถให้ความหนาได้ถึง 50 ไมโครเมตร


การเตรียมชิ้นงานอลูมิเนียมก่อนการทำอโนไดซ์
ก่อนการทำอโนไดซ์นิยมนำอลูมิเนียมไปต้มด้วยผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน หรือสบู่เพื่อขจัดคราบไขมันก่อนนำไปกัดในโซฟาไฟ ส่วนกรรมวิธีในการทำอโนไดซ์คือการใช้กระแสไฟฟ้าส่งผ่านไปยังอลูมิเนียมที่แช่อยู่ในสารละลายสำหรับชุบ เมื่อกระแสไฟฟ้าปล่อยไฮโดรเจนออกที่ขั้วลบจะมีการสร้างอลูมิเนียมออกไซด์ที่ผิวเกิดขึ้น ภายใต้เงื่อนไขของการทำอโนไดซ์ ได้แก่ ความเข้มข้นและอุณหภูมิของสารละลายตลอดไปจนถึงอุณหภูมิของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ ซึ่งทำให้ได้อลูมิเนียมอโนไดซ์ที่มีความหนาแตกต่างกัน


การชุบสีอลูมิเนียมอโนไดซ์ (Color Anodize)
การชุบอโนไดซ์ด้วยวิธีต่าง ๆ จะเป็นการสร้างรูพรุนเล็ก ๆที่ผิวลักษณะเหมือนท่อทรงหกเหลี่ยมปลายเปิด ซึ่งท่อทรงกระบอกเล็ก ๆ จะสามารถดูดซับสีย้อมได้ โดยวิธีการชุบผิวแบบย้อมสี (Color Anodize) ทำได้โดยการใส่สารย้อมสีเข้าไปในรูพรุนที่เปิดอยู่นับไม่ถ้วน หลังจากนั้นก็ทำการจุ่มลงไปในสารเคมีเฉพาะ สารเคมีก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยา กลบรูพรุน ทำให้แผ่นฟิล์มแข็งขึ้น โดยสารย้อมจะถูกตรึงไว้บนเนื้อเยื่อซึ่งผ่านการปิดเคลือบรูพรุนเอาไว้ ซึ่งหากใส่สารย้อมสีฟ้าลงไป อลูมิเนียมชุบสีที่ได้ก็จะเป็นสีฟ้า เป็นต้น และเพื่อให้อลูมิเนียมทนทานต่อการกัดกร่อนได้อย่างสมบูรณ์จะต้องมีการชุบปิดผนึกปลายท่ออีกขั้นตอนหนึ่งด้วยเทฟล่อน นิเกิลอาซิเตท โคบอลอาซิเตทและโซเดียมไดโครเมทหรือโปรแตสเซียมไดโครเมท จะทำให้ได้อลูมิเนียมชุบอโนไดซ์ที่สมบูรณ์สำหรับสีที่ได้รับความนิยมในการทำอโนไดซ์ ได้แก่ สีทอง สีดำ สีเงิน สีน้ำเงิน และสีส้ม เป็นต้น


เพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้อลูมิเนียมด้วยการชุบอลูมิเนียมอโนไดซ์
อลูมิเนียม เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติอ่อน เบา ไม่เป็นเงา ไม่เป็นสารพิษ ไม่เป็นแม่เหล็ก และไม่เกิดประกายไฟ สามารถนำมากลึงและหล่อแบบได้ง่าย อลูมิเนียมที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมแบ่งออกได้เป็นหลายเกรด ซึ่งขึ้นอยู่กับธาตุที่เป็นองค์ประกอบ ได้แก่

  1. เกรดอลูมิเนียมประเภท 1xxx เป็นอลูมิเนียมที่มีเหล็กและซิลิคอนเป็นธาตุหลัก ทำให้ต้านทานการกัดกร่อนได้ดี มีความสามารถในการนำความร้อนและนำไฟฟ้าได้สูง
  2. เกรดอลูมิเนียมประเภท 2xxx เป็นอลูมิเนียมผสมทองแดง เหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน
  3. เกรดอลูมิเนียมประเภท 3xxx เป็นอลูมิเนียมผสมแร่แมงกานีส เหมาะและนิยมนำมาใช้สำหรับงานโครงสร้างต่าง ๆ
  4. เกรดอลูมิเนียมประเภท 4xxx เป็นอลูมิเนียมที่ผสมซิลิคอนเป็นธาตุหลัก เหมาะกับการใช้งานอลูมิเนียมที่ทนความร้อน และนิยมนำไปใช้ในงานด้านสถาปัตยกรรม
  5. เกรดอลูมิเนียมประเภท 5xxx เป็นอลูมิเนียมผสมแร่แมกนีเซียมเป็นธาตุหลักและมีแร่แมงกานีสรวมอยู่ด้วย จึงเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งปานกลาง สามารถนำมาใช้ในงานเชื่อมได้ดี
  6. เกรดอลูมิเนียมประเภท 6xxx เป็นอลูมิเนียมที่มีส่วนผสมของแร่แมกนีเซียมและซิลิคอน ทำให้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการอบร้อนได้ นำไปทำการขึ้นรูป และเชื่อมได้ง่าย
  7. เกรดอลูมิเนียมประเภท 7xxx เป็นอลูมิเนียมผสมสังกะสี นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทายและต้องการความแข็งแรงสูง นิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์มือถือ
  8. เกรดอลูมิเนียมประเภท 8xxx เป็นอลูมิเนียมที่ผสมแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ นิกเกิล, โครเมียม, ตะกั่ว, ไทเทเนียม เป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งเป็นพิเศษจึงนิยมนำมาใช้ในงานอากาศยาน

ซึ่งจะเห็นได้ว่าอลูมิเนียมแต่ละเกรดจะมีคุณสมบัติพื้นฐานแตกต่างกันไปเนื่องด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ ส่วนผสมของโลหะ, กรรมวิธีในการทำ, ความแข็งแรงของผิววัสดุ, ความกระด้าง ซึ่งนั่นเป็นข้อจำกัดในตนเองของอลูมิเนียม แต่หากมีการนำอลูมิเนียมมาผ่านกระบวนการชุบอโนไดซ์ อลูมิเนียมแต่ละเกรดที่มีคุณสมบัติพื้นฐานเป็นข้อจำกัดเฉพาะตัว ก็จะกลายเป็นอลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถนำไปใช้งานได้หลายประเภทมากยิ่งขึ้น เช่น

  1. อลูมิเนียม 2024 เมื่อผ่านการทำอโนไดซ์แล้วก็สามารถที่จะนำไปใช้เป็นแม่พิมพ์ขึ้นรูปพลาสติก แม่พิมพ์รองเทา รวมถึงชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์จับยึดต่าง ๆ ของเครื่องบิน
  2. อลูมิเนียม 5052 ที่เมื่อนำมาชุบอโนไดซ์จะให้สีได้ดีมาก เมื่อนำมาตัดกลึงแล้วจะให้อลูมิเนียมที่มีสีสวยงาม และสามารถใช้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, แม่พิมพ์เครื่องใช้ในอุตสาหกรรมเคมีอาหาร, แม่พิมพ์ตัวอย่างภาชนะ, ท่อไฮโดรลิก และหมุดย้ำชิ้นส่วนสำหรับยานพาหนะและชิ้นส่วนของอาคาร
  3. อลูมิเนียม 5083 เมื่อผ่านการทำอโนไดซ์แล้วจะทำให้ผิวที่สวยงาม ย้อมสีติดง่าย สามารถใช้งานในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำถึงติดลบได้ดี นิยมใช้อลูมิเนียมชนิดนี้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์เป่าพลาสติก, อุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, แม่พิมพ์ขึ้นรูปยางและโฟม, ตู้คอนเทนเนอร์, ชิ้นส่วนยานพาหนะและชิ้นส่วนอาคาร และใช้ถังที่ทนแรงดันสูง เป็นต้น
  4. อลูมิเนียม 6061 เมื่อผ่านการทำอโนไดซ์แล้วจะได้สีผิวอลูมิเนียมที่สวยงาม นิยมนำมาใช้ทำแม่พิมพ์เป่าพลาสติก, โครงสร้างพาหนะและอาคาร, แม่พิมพ์สำหรับฉีดโฟมและยาง เป็นต้น
  5. อลูมิเนียม 7022 เมื่อผ่านการทำอโนไดซ์แล้วจะแข็งแกร่งขึ้น จึงนิยมนำมาใช้ในการทำแม่พิมพ์เป่าขวดพลาสติก, อุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลแผ่นนำความร้อน และแม่พิมพ์แผ่นฉีดพลาสติกจำนวนน้อย
  6. อลูมิเนียม 7075 เมื่อผ่านการทำอโนไดซ์แล้วจะแข็งแกร่งและทนทานต่อการกัดกร่อนมากขึ้น จึงนิยมนำมาใช้ในการทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก แม่พิมพ์เป่าขวดพลาสติก, โต๊ะเครื่องมือและอุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าอลูมิเนียมที่ผ่านการอโนไดซ์แล้ว ผิวอลูมิเนียมจะมีความหนาเพิ่มขึ้น นั่นจึงทำให้คุณสมบัติพื้นฐานในการใช้งานของอลูมิเนียมแต่ละเกรดมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นสามารถนำไปปรับใช้กับงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้หลากหลายมากขึ้น นี่จึงเป็นประโยชน์ของการทำอโนไดซ์นั่นเอง